Page Blizzard Lore by Lorewalker Satit ได้เขียนบทความเกี่ยวกับประวัติของโซน Un'goro ในจักรวาล Warcraft ( ใครที่เล่นเกม World of Warcraft ก็สามารถเข้าไปชมโซนนี้ได้ )

หากใครสนใจประวัติของเกม Warcraft ก็ไปไลค์แฟนเพจในลิงก์ข้างต้นได้เลยครับ


สวัสดีครับ เพื่อต้อนรับ Expansion ใหม่ของ Hearthstone “Journey to Un’goro” ผมจะขอเล่าถึงประวัติของ “Ungoro Crater” สถานที่ที่ได้ถูกนำมาใช้ใน Expansion นี้นะครับ

“Un’goro Crater” หรือว่า “God Land” ในภาษาของพวก “Qiraj” นั้นตั้งอยู่ท่ามกลางทะเลทรายใหญ่ทางตอนใต้ของทวีป “Kalimdor” ระหว่างดินแดน “Tanaris” ที่ตั้งของเมือง “Gadgetzan”และอาณาจักร “Zul’Farrak” ของเหล่า “Sandfury Troll”, “Uldum” ที่ตั้งของ “Forge of Origination”, และ “Silithus” ที่ตั้งของเมือง “Ahn’Qiraj” ที่เป็นที่กุมขัง Old God นามว่า “C’Thun”

Un’goro Crater นั้นมีสภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากพื้นที่รอบข้างมากนัก เพราะในขณะที่ดินแดนที่ล้อมรอบที่แห่งนี้นั้นเป็นทะเลทรายแห้งแล้งแทบทั้งหมด แต่ Un’goro Crater กลับเป็นป่าดงดิบขนาดใหญ่ ที่มีหน้าผาของดินแดนทั้ง 3 ล้อมรอบ ทำให้การเดินทางเข้าไปนั้น จะต้องผ่านทางช่องเขาเท่านั้นถ้าไม่อยากกระโดดลงไปตาย (ยกเว้นจะติดเครื่องร่อนเอาไว้ หรือกระโดดไปเหยียบต้นไม้ใหญ่ได้)

Un’goro Crater นั้นเป็นหนึ่งใน “Titan’s Playground” สถานที่ที่พวก “Titan” ได้รับอนุญาตให้ทำการทดลองเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้ หรือการสร้างสิ่งมีชีวิตใหม่ๆขึ้นมา ซึ่ง Titan’s Playground อีก 2 ที่ที่ตั้งอยู่บนโลกนี้ ก็คือ “Sholazar Basin” ณ ทวีป “Northrend” และ “Vale of the Eternal Blossoms” ณ ทวีป “Pandaria”

Un’goro Crater นี้ เป็นป่าดงดิบขนาดใหญ่ ที่เต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่, สิ่งมีชีวิตต่างๆนาๆ, แร่ลึกลับรอบๆ, เหล่า “Element” mอยู่มาแต่โบราณ, และยังมีสถานที่ที่เรียกว่า “Shaper’s Terrace” ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยของ “Keeper Freya” หนึ่งใน “Titan Watcher” ที่ทำหน้าที่ดูแลและค้นคว้าสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้ ซึ่งหลังจากที่เธอจากไปนั้น “Nablya” Titan Construce ที่รับใช้ Freya ได้ทำหน้าที่ดูแลสถานที่แห่งนี้

เหตุผลที่สถานที่โดยรอบนั้นกลายเป็นทะเลทรายนั้น ต้องย้อนกลับไปเมื่อ 12,200 ปีก่อน “First War” ในสมัยที่ “Lei Shen – The Thunder King” ปกครองดินแดนทางตอนใต้(Pandaria)ด้วยจักรวรรดิเผ่า “Mogu” ของเขาอย่างโหดเหี้ยม ซึ่งเขาได้ตัดสินใจที่จะสานต่อภารกิจของเหล่า Titan Watcher ที่เงียบหายไปนาน และปกครองโลกนี้ โดยการยึดครองสิ่งก่อสร้างที่พวก Titan ได้สร้างเอาไว้บนโลกนี้ และแต่งตั้งตนเองเป็นผู้ปกครอง และปกป้องโลกใบนี้

เพื่อการนั้น Lei Shen ได้ยกทัพไปยัง “Uldum” เมืองในป่าขนาดใหญ่ ที่ที่เหล่า “Tol’vir” หนึ่งในเหล่า “Titanforge” เหมือนกับพวก Mogu นั้นทำการคุ้มครองสิ่งประดิษฐ์ของพวก Titan ที่นั่นอยู่ ซึ่ง Lei Shen ที่นำกองทัพ Mogu ของเขา พร้อมกับพวก “Zandalari Troll” พันธมิตรของเขานั้นเข้าโจมตีเมืองของเหล่า Tol’vir ซึ่ง Lei Shen นั้นหยามว่า การป้องกันของที่แห่งนี้มันช่างอ่อนแอยิ่งนัก จริงๆแค่เขาคนเดียวก็สามารถพิชิดที่นี่ได้

มันเป็นเรื่องจริง ที่การป้องกันของเหล่า Tol’vir นั้นไม่อาจเทียบกองกำลังของ Lei Shen ได้ และมันอาจจะจริง ที่ Lei Shen ผู้ที่มีพลังของเหล่า Titan ที่ได้ขโมยมาจากหนึ่งใน Titan Watcher ในทวีป Pandaria อาจจะสามารถพิชิตเมืองนี้ด้วยตัวคนเดียว แต่ทว่าเหล่า Tol’vir ก็มีไพ่ตายอยู่ นั่นก็คือ Forge of Origination อาวุธล้างโลกที่เหล่า Titan ติดตั้งเอาไว้บนโลกนี้ เพื่อที่ว่าพวกเขาจะได้สามารถล้างสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้ให้หมดสิ้น ถ้าหากโลกนี้ถูกความชั่วร้ายเข้าครอบงำจนไม่สามารถแก้ไขอะไรได้

เหล่า Tol’vir ได้ทำการปรับพลังของ Forge of Origination ให้ต่ำลง และเมื่อ Lei Shen และกองทัพของเขาก้าวเข้ามาเพื่อยึดเมืองนี้ พวกเขาก็เดินเครื่องนี้ สังหาร Lei Shen, กองทัพของเขา, และสิ่งมีชีวิตรอบๆดินแดนแห่งนั้นแทบจะทั้งหมด โดยที่มีแค่ Un’goro Crater ที่พื้นที่อยู่ต่ำกว่าที่อื่นๆ, และเมือง Uldum ส่วนที่ใกล้กับ Forge of Origination ที่รอดจากคลื่นพลังทำลายล้างนี้ นั่นคือสาเหตุที่ Un’goro Crater นั้นเป็นป่าดงดิบท่ามกลางทะเลทรายขนาดใหญ่

ในช่วงประมาน 975 ปีก่อน First War นั้น กลุ่มทหารเผ่า “Night Elves” ได้บังเอิญไปปลุกเหล่า Qiraj เผ่าพันธุ์แมลงอันโหดร้ายที่หลับใหลอยู่ในเมือง Ahn’Qiraj ในเขต Silithus ให้ตื่นขึ้นมา ซึ่งกองทัพแมลงเหล่านี้ได้ปะทะกับกองกำลังของเหล่า Night Elves ที่มีจำนวนต่างกันมาก ทำให้เกิดสงคราม “War of the Shifting Sand”

แต่ทว่า ผู้นำของกองกำลัง Night Elves นามว่า “Fandral Staghelm” นั้นได้ใช้ทักษะในการวางแผนเพื่อต่อกรกับกองทัพแมลงเหล่านี้ ทั้งสองกองทัพผลัดกันชิงพื้นที่ต่างๆ จนฝีมือในการบัญชาการรบของ Fandral นั้นได้รับการยอมรับในหมู่ Qiraj จนถึงกับถูกขนานนามว่า “หัตถ์แห่งปฐพี” ซึ่ง Fandral ได้กดดันกองกำลังของ Qiraj ไปจนถึงประตูของ Ahn’Qiraj

แต่ทว่า “Valstann” ลูกชายของ Fandral ที่นำกองกำลังของเขาไปปกป้องฐานสอดแนมของเหล่า Night Elves นั้น ได้ถูกนายพลของเหล่า Qiraj จับกุม และเมื่อ Fandral นำกองกำลังของเขามาสู่หน้าประตูของ Ahn’Qiraj นั้น นายพลของ Qiraj ก็ได้ฉีกร่างของ Valstann ทิ้งต่อหน้าพ่อของเขา Fandral ที่เห็นลูกตนเองถูกฉีกร่างต่อหน้าต่อตาก็ใจสลาย สูญเสียความสามารถในการนำทัพไป ทำให้กองกำลัง Night Elves นั้นถูกดันออกจาก Silithus ไป

เหล่ากองทัพแมลงยังไม่หยุดแค่นั้น พวกมันได้ไล่ต้องกองกำลัง Night Elves ที่ล่าถอยไป จนเข้าไปในดินแดน Un’goro Crater แต่ไม่รู้เพราะสาเหตุอะไร ทำให้เหล่า Qiraj นั้นไม่สามารถยึด Un’goro ได้ บางคนบอกว่าเป็นเพราะสัมผัสของเหล่า Titan ที่ยังคงเหลืออยู่ในดินแดน บ้างก็บอกว่าเพราะพลังอำนาจลึกลับบางอย่าง แต่ก็ไม่มีใครรู้แน่ชัด

สงคราม War of the Shifting Sand นี้จบลง เมื่อเหล่า Qiraj นั้นรุกรานไปจนถึงทะเลทราย Tanaris และพยายามบุก “Caverns of Time” ของเหล่า “Bronze Dragonflight” ทำให้เหล่ามังกรทั้งหลายนั้นตัดสินใจรวมพลังกับเหล่า Night Elves ที่ยังเหลือ เพื่อดันกองทัพ Qiraj กลับไปยัง Ahn’Qiraj และได้ผนึกเมืองแห่งนี้ไว้ พร้อมกับสร้างระฆังและคทาขึ้น เพื่อที่ว่าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมนั้น พวกเขาจะสั่นระฆังนี้ เพื่อปลดผนึกของเองนี้ และบุกเข้าไปจัดการกับอะไรก็ตามที่อยู่ในเมืองนี้ และหยุดยั้งภัยของ Qiraj และอะไรก็ตามที่บัญชาพวกมันอยู่เบื้องหลัง

และล่าสุดใน “World of Warcraft: Legion” นั้น เราได้บุกเข้าไปยัง “Emerald Nightmare” เพื่อที่จะจัดการกับ “Xavius : The Nightmare Lord” แต่เราจะต้องจัดการกับบรรดาสมุนแห่งฝันร้ายของ Xavius ลงซะก่อน ซึ่งหนึ่งในนั้นอยู่ที่มิติแห่งความฝันของ Un’goro Crater นั่นก็คือ “Il’gynoth : the Heart of Corruption” ที่พยายามใช้รยางค์ของมันเพื่อกลืนกินผืนป่าแห่งนี้จากโลกแห่งความฝัน